"ปาดังเบซาร์" I carried you Home
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับชื่อดังมากฝีมือ
อย่าง คุณ"ต้องปอง จันทรางกูร"
"ปาดังเบซาร์" I carried you Home อีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยคุณภาพ
ที่ไปร่วมสร้างชื่อเสียงมาแล้วกว่า 10 เทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก
ทั้งฉายโชว์และฉายประกวดได้รับการอ้าแขนต้อนรับมากมาย
และ ครั้งนี้ถึงเวลาที่ ปาดังเบซาร์ I carried you Home
จะต้องเดินทางกลับมาฉายที่ประเทศไทยบ้านเกิดของตัวเอง
โดยการเปิดโรงฉายครั้งแรกใน Siam pvrai เทศกาลภาพยนตร์โลก
แห่งกรุงเทพครั้งที่ 9 (9th World Film Festival of Bangkok 2012)
เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา และต่อมางานแถลงข่าวเทศกาลภาพยตร์
“มูฟวิมูฟ – อิตาเลี่ยน 2012”สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย
ร่วมกับมร.กอฟเฟรโด เบตตินีสมาชิกวุฒิสภาอิตาลี
และโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า จัดงานแถลงข่าว
โดยคัดสรร 20 ภาพยนตร์คุณภาพ หลากหลายอรรถรส
แบ่งเป็น 7 ภาพยนตร์คลาสสิก และ 8 ภาพยนตร์ร่วมสมัยจากแดนมักกะโรนี
พร้อม 5 ภาพยนตร์ผลงานการกำกับของผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย
เปิดฉายให้ชมฟรี!!! พร้อมบทบรรยายไทย – อังกฤษ ทุกเรื่องทุกรอบ
ระหว่างวันที่ 4 – 7 กรกฎาคมนี้ ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ผ่ามา
ต้องปอง หรือ อ๊อง ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้พูดถึงเรื่องราวของหนังไว้ว่า
“ปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นหนังไทยที่ได้รับทุนพัฒนาบทภาพยนตร์
จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี 2008
และเป็น 1 ใน 4 ภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการ
Thai Film Pitching ที่คานส์เมื่อปี 2010 เป็นหนังเล่าเรื่องราว
ความสัมพันธ์ของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย แม่ พี่สาวและน้องสาว
ปิ่น พี่สาว รับบทโดย จั๊กจั่น อคัมศิริ และ ป่าน น้องสาว รับบทโดย สายป่าน อภิญญา
เป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของนักแสดงมากฝีมือทั้งสอง
โดยการเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีนักของครอบครัวนี้
ปิ่น ทิ้งทุกอย่างที่กรุงเทพไปใช้ชีวิตกับหญิงสาวคนรักที่ประเทศสิงค์โปร์
โดยป่าน เด็กสาวที่ใช้ชีวิตในวัยเรียนไม่ค่อยสนใจอะไร
วันๆติดเพื่อนฝูงตามประสาวัยรุ่นเมืองใหญ่ทั่วๆไป
พี่น้องทั้งสองไม่ค่อยได้มีเวลาพูดคุยกันมากนักหรือเรียกว่า
แทบจะไม่ได้สนใจใยดีซึ่งกันและกันเท่าที่ควร
แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่ทำให้พี่น้องสองคน
กลับมาคุยกันอีกครั้งก็คือเรื่องการนำ ศพ แม่กลับบ้าน
โดยการนั่งรถพยาบาลจากกรุงเทพถึงปาดังเบซาร์
ผู้กำกับหนังปาดังเบซาร์ กล่าวว่า "เจตนาของฉันคือการโยนคำถามไปให้คนดู
ว่าทุกวันนี้เรารักใครมากที่สุด และเราให้ความสำคัญกับเขามากแค่ไหน
ความรู้สึกที่หยิบยื่นให้กันในทุกๆวันมากพอที่ให้อีกฝ่ายรับรู้ได้หรือไม่”







